ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
AKAMI Performance Marketing Agency

Performance Ads

Creative Testing ที่ใช้ได้จริง: ทดสอบอะไร ทดสอบอย่างไร และอ่านผลอย่างไร

การทดสอบ Creative ที่ไม่มีโครงสร้างทำให้ได้ข้อมูลที่อ่านไม่ออก บทความนี้อธิบายวิธีตั้งสมมติฐาน จัดชุดทดสอบ และตัดสินใจจากตัวเลข

อ่านประมาณ 6 นาที

ภาพหน้าปกบทความ Creative Testing ที่ใช้ได้จริง: ทดสอบอะไร ทดสอบอย่างไร และอ่านผลอย่างไร

ในระบบโฆษณาที่อัลกอริทึมจัดการ Targeting ไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ ตัวแปรที่ยังอยู่ในมือของเราคือ Creative และข้อความที่ใช้ ปัญหาคือหลายทีมทดสอบ Creative โดยเปลี่ยนหลายอย่างพร้อมกัน จนอ่านไม่ออกว่าอะไรทำให้ผลดีขึ้นหรือแย่ลง

เริ่มจากสมมติฐาน ไม่ใช่เริ่มจากไอเดีย

ก่อนผลิตงานทุกครั้ง ควรเขียนให้ได้ว่ากำลังทดสอบอะไร เช่น สมมติฐานว่ากลุ่มเป้าหมายตอบสนองต่อการพูดถึงต้นทุนที่ประหยัดได้มากกว่าการพูดถึงคุณภาพวัสดุ เมื่อมีสมมติฐานชัด การออกแบบชุดทดสอบและการอ่านผลจะง่ายขึ้นทันที

จัดชุดทดสอบเป็นเมทริกซ์

  • Hook — สามวินาทีแรกพูดอะไร
  • Message — จุดขายหลักที่ต้องการสื่อ
  • Offer — ข้อเสนอหรือเหตุผลที่ต้องตัดสินใจตอนนี้
  • Format — Static, Carousel, Short video หรือ UGC

ในหนึ่งรอบ ควรล็อกตัวแปรส่วนใหญ่ไว้แล้วเปลี่ยนทีละมิติ เพื่อให้ผลที่ได้ตีความได้ ถ้าเปลี่ยนทั้ง Hook, Format และ Offer พร้อมกัน ตัวเลขที่ได้จะบอกได้แค่ว่าชิ้นไหนดีกว่า แต่ไม่บอกว่าเพราะอะไร

อ่านผลด้วยตัวชี้วัดที่ตรงกับหน้าที่ของแต่ละชิ้น

  • CTR และ Hold rate บอกว่า Creative ดึงความสนใจได้หรือไม่
  • Conversion Rate บอกว่าหน้าปลายทางกับ Message สอดคล้องกันหรือไม่
  • CPA และ ROAS คือตัวตัดสินสุดท้ายว่าคุ้มค่าหรือไม่

ข้อควรระวังคืออย่าตัดสินใจเร็วเกินไปจากข้อมูลน้อย ควรรอให้แต่ละชิ้นมีจำนวน Conversion มากพอที่ความต่างจะมีความหมาย ไม่เช่นนั้นสิ่งที่คิดว่าเป็นผู้ชนะอาจเป็นแค่ความผันผวนของข้อมูล

Let's Talk Growth

พร้อมเปลี่ยน Marketing
ให้เป็น Growth ที่วัดผลได้ หรือยัง?

เล่าเป้าหมายของธุรกิจให้เราฟัง แล้วทีม AKAMI จะช่วยวิเคราะห์ Channel, Website และโอกาสในการเติบโตให้คุณ

หรือโทรหาเราโดยตรงที่ 085-541-9449 (Mickey)